หัวใจผมพองโตอยู่ทุกวินาทีในขณะที่รู้ว่าวันพรุ่งนี้ผมจะทำสิ่งๆหนึ่งไปเพื่ออะไร เพื่อใคร
ผมคือนักเดินทาง ผมคือนักฝัน ผมคือนักสู้
ไม่มีอะไรจะมาดึงผมเข้าสู่ loob ของสังคมได้
หลายคนอาจเอาทั้งชีวิตเข้าสู่ safe zone
เพื่อปรับระดับความเสี่ยงของตัวเองไม่ให้เข้าสู่โหมดอันตราย แต่ผมปลด safety เพื่อพาตัวเองไปสู่ความท้าทาย และความเสี่ยงนั้นๆ มันอาจจะดูโง่
แต่ดูสิครับ ตลอด 10 กว่าปีที่ผ่านมา ผมตื่นตัวอยู่ตลอดเมื่อผมรู้ว่าผมกำลังได้ลองทำในสิ่งใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา ซึ่งผมได้คำตอบนี้จากโต๊ะทำงาน ที่ต้องทำสิ่งเดียวๆซ้ำๆซากๆ ซึ่งผมก็พยายามทำมันมาอย่างดีนะ แต่ผมก็มาค้นพบว่า ความก้าวหน้าของผมอาจไม่เหมือนคนอื่น ผมยังเป็นวัยรุ่นในกลุ่มที่ที่อยากทำทุกๆอย่าง ที่ตั้งใจ โดยไม่สนกฏเกณฑ์อะไรของสังคมทั้งนั้น เพราะผมเชื่อในความสำเร็จ ที่มากกว่าความสำเร็จ
.................................................
- ผมเริ่มเป็นนักพูด วิทยากร ตั้งแต่อายุ 12
- ผมเริ่มเรียน ปริญญาตรีตอนอายุ 15
- ผมจบปริญญาโท ตอนอายุ 19
(ระหว่าง 7-8 ปีนั้น ผมทำงานเพื่อสังคมอย่างหนัก)
- ผมเริ่มเป็นพนักงานบริษัทในตำแหน่งที่ผมไม่ได้จบมาโดยตรง อยู่หลายบริษัท ด้วยความสามารถพิเศษที่แอบฝึกระหว่างเรียน
- ผมเริ่มใช้วุฒิที่เรียนมาสอบติดในหลายๆหน่วยงาน แต่ผมก็ทิ้งมัน เพราะไม่ชอบ
- ผมเริ่มทำตามความฝัน และผมได้เป็นนักดนตรี
(และทั้งหมดในชีวิตการทำงานผมกำลังเรียนรู้และคำนึงถึงการเป็นลูกจ้างที่ดี อยู่ตลอด เพื่อ..)
- ที่ผมอาจจะได้เป็นผู้นำที่ดีในอนาคต ผมอยากมีกิจการเป็นของตัวเอง ในอนาคตเร็วๆนี้
ดังนั้นถ้านอกเหนือจากเรื่องครอบครัว การงาน อนาคต เรื่องอื่นผมก็คงให้ความสำคัญน้อยลงหากมันเป็นปัจจัยที่จะทำให้ชีวิตการทำงานผมขัดข้อง
*และที่สำคัญผมตั้งใจจะลดน้ำหนักด้วยน้าาาา อิอิ
6 พ.ค. 2563
เอกรัฐ ป.





ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะครับ
ตอบลบ