วันอังคารที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2558

ภาพยนตร์ "อาบัติ" ควรฉายหรือไม่ ?

"อาบัติ" ควรฉายหรือไม่ 
(ถ้ามองในแง่ของศิลปะ ผู้เขียนคงไม่วิพากย์วิจารณ์อะไร แล้วแต่มุมมองในการมอง)

ว่าด้วยเรื่อง "อาบัติ" มันไม่ใช่ว่าอ้างเสรีภาพในสังคม ปชต.
อ้างว่าเป็นอำนาจเผด็จการนิยมเบ็ดเสร็จแบบเถรวาทไทย
แต่มันคือมารยาทในสังคมไทย ระบอบเสรีภาพเเบบตะวันตก
ที่มีสิทธิอย่างกว้างขวางที่กำลังพูดถึงกัน นั่นก็หมายความว่าเสรีภาพแบบตะวันตกที่พูดถึงกันนั้นมันหมายถึง การใช้เสรีภาพเเบบไม่มีขอบเขตหนะสิ
ต้องดูบริบทว่าคุณอยู่ในสังคมไหน วัฒนธรรมใด เชื้อชาติใด
การตีแผ่เรื่องราวสะท้อนสังคมแบบนั้น มันมีน้ำหนักแค่ไหน
เป้าหมายของการตีแผ่เพื่อ สะท้อนสังคม??? จริงๆ หรือเพื่อสิทธิเสรีภาพหลักในการหาเงิน


"มันไม่ใช่เผด็จการแบบเถรวาท แต่มันเป็นมารยาท"


การใช้เสรีภาพแบบตะวันตก มีขอบเขตแค่ไหน เมื่อคิดจะนำมาใช้กับพุทธเถรวาทไทย ควรรักษาขอบเขตอย่างไร เพื่อความเหมาะสม ดูองค์ประกอบหลายๆอย่าง บางท่านหาว่าไม่ยอมรับความจริง
การยอมรับความจริง หรือการไม่ยอมรับความจริงมันเป็นเรื่องของพระที่อยู่ภายใต้กฏของพระธรรมวินัย มีกระบวนการบริหารจัดการตนเองอย่างชัดเจนภายใต้ "อำนาจพระธรรมวินัย" ไม่ใช่ "อำนาจเผด็จการแบบไทย ส.ใส่ เกือก" แล้วอ้าง เสรีภาพ
ตกลงเป้าหมายของประชาชนในสังคมประชาธิปไตยใหม่ มีความหวังอย่างไรต่อพุทธเถรวาทไทย "หวังพึ่งพา หรือหวังจับผิด"งั้นต้องจาก ระบอบเสรีภาพแบบประชาธิปไตย เป็น ระบอบเสรีภาพในการจับผิด

กฏ ปชต. ก็บอกเป็นนัยไว้อย่างชัดเจนว่า มันคือการยอมรับและ "เคารพ" ในสิทธิของกันและกัน นิยามความเคารพนั้นก็เปรียบเสมือนมารยาทในสังคม เรื่องมารยาทไม่มีกฏเกณฑ์ เป็นจริยธรรมขั้นพื้นฐานของมนุษย์ เพื่อสมานความเป็นเพื่อนมนุษย์ ถ้าไม่สามารถอยู่ด้วยกันด้วย การ "เคารพ=มารยาท" ก็อยู่ร่วมกันไม่ได้

ผู้สร้างไม่ได้ละเมิดพระธรรมวินัย แต่ผู้สร้างละเมิดวิถีความเป็นอยู่ของพุทธเถรวาทไทยอื่นๆที่ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาในภาพยนตร์ สร้างภาพลักษณ์ที่ย่ำแย่สำหรับส่วนอื่นซึ่งเป็นส่วนที่มากกว่า โดยอ้างสิทธิเสรีภาพ ในการหารายได้





และเมื่อเกิดการสะท้อนกลับของพระไทย โดยอ้างว่า สถาบันสงฆ์ มีระบบการปกครองที่ชัดเจน โดยยึดหลักพระธรรมวินัย จะผิดจะถูกระบบการปกครองจะถูกขับเคลื่อนตามโครงสร้างของตัวมันเอง แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือคำกล่าวหาว่า "นั่นแหละ คือเผด็จการเบ็ดเสร็จเห็นๆ" "อำนาจนิยมเบ็ดเสร็จ บริหารจัดการกันเอง"

นั่นแสดงว่า ท่านเหล่านั้นทั้งหลาย ยังไม่เข้าใจคำว่า

"เคารพ=มารยาท"



การเลือกฉายหนัง "อาบัติ" ไม่ใช่การสะท้อนสังคม "พุทธศาสนาแบบพระ" และไม่ใช่ "หลักเสรีภาพทางศาสนาในกรอบของรัฐประชาธิปไตยสมัยใหม่" แต่เป็นการใช้ "พระปุถุชน" (ไม่เกี่ยวกับพุทธศาสนา) มาเป็นเครื่องมือในการประกอบอาชีพ แค่นี้ก็หมายถึง การละเมิดต่อสิทธิส่วนรวมไปแล้ว(ต้องแยกแยะว่าคำว่าละเมิด กับคำว่า หมิ่น ต่างกันอย่างไร
จนบางท่านบอกว่า "พระ หาว่า เขาหมิ่นศาสนา"
อันนั้นก็เป็นเรื่องส่วนบุคคลของท่านเหล่านั้นไป


โดยอาจจะอ้างว่า ทำเพื่อสะท้อนปัญหา "พุทธศาสนาแบบพระ" ก็จริง แต่เนื้อหาเน้นๆก็เพื่อธุรกิจ รายได้ หรือมีไหม ที่จะทำเพื่อไม่หวังผลตอบแทน ในขณะที่ลงทุนไปขนาดนั้น

ไม่สามารถที่จะกล่าวหาได้ว่า "พุทธศาสนาแบบพระ" ไม่เข้าใจ "หลักเสรีภาพทางศาสนาในกรอบของรัฐประชาธิปไตยสมัยใหม่"
เพราะมันคือเรื่องของสภาพแวดล้อม และความพร้อมของสังคม
ไทย ย้ำว่า "สังคมไทย" กฏคนหมู่มากเขาเดินมาได้แค่จุดนี้ด้วยมารยาท ด้วยความพยายามที่จะประสานทุกฝ่ายเข้าด้วยกัน
ลดความขัดแย้งต่อกันและกันให้น้อยที่สุดประคับประคองกัน
ถึงจะไม่สามารถไปถึงจุดที่คุณมุ่งหวังได้ เฉกเช่นสังคมตะวันตก สังคมในอุดมคติของท่าน ถ้าต้องการแบบนั้น ก็ควรย้ายประเทศ









ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น