วันจันทร์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2558

การศึกษา กับความเป็นจริงในสังคมไทย



▶ ผมไม่รู้ว่าประเทศไทยมาถึงจุดนี้ได้ยังไง
จุดที่นักศึกษาบางคนได้แต่นั่งมองเพื่อนซื้อตำรา
เพื่อนำมาเป็นเครื่องมาในการศึกษา เพราะไม่มีเงิน
จุดที่คนกลุ่มหนึ่งกำลังตกระกำลำบากเพื่อไม่มีโอกาส
ทางการศึกษา จุดที่การศึกษาจำเป็นต้องมีปัจจัยที่ครบครัน
เงิน เงิน เงิน และองค์ประกอบหลายๆอย่าง

"บางทีอาจจะมีข้อโต้แย้งว่า เห้ย..ไม่จริง ไม่รู้เหรอว่าเขามีทุน
มีองค์หน่วยหน่วยงานส่งเสริมการศึกษา เช่น กยศ. เป็นต้น
ในมหาวิทยาแต่ละมหาวิทยาลัยเองก็มีทุนไม่ใช่เหรอ
ถ้าคุณมุ่งมั่นจริงคุณไม่หมดหนทางหรอก"

▶ ประโยคดังกล่าวดูดีนะ แต่ทว่าลองมองอีกมุมหนึ่ง
กลุ่มคนที่ไม่มีโอกาสเข้าถึงทุน เข้าถึงองค์กรส่งเสริมการศึกษา
เหล่านั้น ไม่มีความสามารถที่จะเข้าถึงสิทธิพิเศษนั้นหละ
จะทำอย่างไร หรือ ปล่อยให้คนเหล่านั้น นั่งมองสถาบันการศึกษา
เป็นเพียงแค่ความฝันที่ไม่มีวันเข้าถึงได้

กรอบที่เยอะแยะ กว่าจะผ่านแต่ละด่านไปได้ เพื่อพัฒนาต่อยอด
ความรู้ของตนเองนั้นดูเหมือนช่างเเสนยาก
เหมือนเกมส์ๆหนึ่งที่ต้องฝ่าด่านแต่ละด่านไปให้ได้
แต่เกมส์ตายมันก็เริ่มใหม่ ในชีวิตจริงนั้นไม่ใช่
ถ้าคุณไม่มีความพร้อมเพียงพอ มีคุณสมบัติเพียงพอ

คุณก็ไม่สามารถเข้าไปสัมผัสวิชาความรู้นั้นได้

▶ ผมอยากให้สังคมมองว่า การศึกษาอิสระควรมีผลต่อการ
ใช้ชีวิต ใช้ทำอาชีพได้มากกว่าการ กำหนดกฏเกณฑ์ถึงความรู้ในใบกระดาษเเค่ใบเดียว คนที่ตกงาน คนที่ไร้สังคม ต้องอยู่อย่างลำบาก
โดยเดี่ยว เดียวดาย แต่ทว่าเขามีความสามารถเฉพาะทาง 
องค์กร บริษัทห้างร้านต่างๆควรพิจารณาคนจากผลของงาน
ไม่ใช่พิจารณาที่กระดาษเเผ่นเดียว

มันทำให้รู้สึกว่า ชีวิตแต่ละวันต้องดิ้นรนเพื่อกระดาษแผ่นเดียว
ไม่ได้โฟกัสไปที่ความรู้ ความสามารถที่จริงจัง 
โลกจะกว้างขึ้น ถ้าโอกาสในการศึกษามากขึ้น
โลกจะน่าอยู่ขึ้น ถ้าระบบการศึกษาเปิดโอกาสให้
คนรากหญ้ามีโอกาสได้ลืมตาอ้าปากในวงการการศึกษามากขึ้น

คนรวยมีเงินเรียน ก็เรียนจบปริญญาเป็นสิบๆใบ ดร.เกิดขึ้นเป็นว่าเล่น คนจนไม่มีเงิน บางทีจบ ม.๓ ออกจากโรงเรียน จบ ป.ตรี ก็หางานทำไม่ได้ ทว่าจะเรียนต่อ ก็ไหนหละเงิน.....

▶ มันถึงจุดที่ต้องพัฒนาแก้ไขการเข้าถึงการศึกษาของประชาชนได้แล้ว
เพื่อให้เขาเหล่านั้นมีโอกาสได้เป็นตัวเลือกจากผู้ประกอบการ
และมีสิทธิที่จะเลือกงานในความถนัดแต่ละด้านของตน

อย่าปล่อยให้ประชาชนอยู่อย่างต่างด้าว ไร้ที่พึ่ง ไม่มีโอกาสได้เข้าถึงสวัสดิการสังคมเท่าที่ควรจะได้ การศึกษาที่ควรจะมี ในฐานะคนไทยด้วยกัน

▶ อาจสรุปได้ง่ายๆว่า คนรวยมีโอกาสเข้าถึงการศึกษาได้เร็วกว่า
ในสาขาวิชาชีพที่ดีกว่า สังคมที่ดีกว่า ความนิยมที่สูงกว่า
จึงมีทางเลือกที่เยอะกว่า ขณะเดียวกัน คนจนหรือชนชั้นกลาง
ก็จำใจ จำเป็นต้องเลือกเรียนในสายที่ต้องถูกบีบบังคับอยู่ใน
ความพร้อมาของปัจจัยภายนอก ซึ่งไม่สามารถหลีกหนีความจำเป็น
นี้ได้ นอกจากตั้งหน้าตั้งตายอมรับ และต่อสู้กับวิกฤตการณ์
ความเดือดร้อนในสังคมต่อไป

*เคสตัวอย่างในประเด็นนี้

▶ ผมมีเพื่อนที่เป็นนักดนตรีกลางคืน เป็นตัวอย่าง
เรียนจบดนตรีมา ทำงานในสถานบันเทิงให้ความสุขแก่ประชาชน
ผู้เหน็ดเหนือ่ยเมื่อยล้าจากการทำงาน
รายได้หลักมาจากการเล่นดนตรีกลางคืน
พอมีกลุ่มวัยรุ่น กลุ่มพวกไม่รักสงบ ก่อเหตุทะเลาะวิวาทกัน
ยิ่งกันฆ่ากันในร้าน ก็ถูกสั่งปิดร้านระยะยาว
เป็นแบบนี้ใกล้ทั่วประเทศแล้ว 
คนทำไม่ใช่นักดนตรี แต่กลับเป็นลูกค้าที่มากิน แล้วสร้างเรื่อง
แต่คนทีรับผลคือผู้ประกอบกิจการ

ปัญหาคือ เรียนจบดนตรีมา กว่าจะจบเสียเงินไปเท่าไหร่
จบมาหวังว่าจะใช้วิชามาทำอาชีพ กลับกลายเป็นถูกห้าม
ถูกจำกัดขอบเขต จากรัฐบาล....ในยุคนี้....

เอกรัฐ เดิมทำรัมย์
8/9/58
13.24 น.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น