๐ ปัญหาของชาติอีกประเด็นหนึ่ง เราลองมานึกถึงสังคม
ที่ประสบความล้มเหลวทางด้านศีลธรรม จริยธรรม
จนก่อปัญหาซ้อนขึ้นมาอีก คือปัญหาการเข่นฆ่า
ปัญหาการทำร้ายร้างกาย ปัญหาการลักขโมย
ซึ่งทางกลับกันเมื่อเราไม่ได้โฟกัสไปที่อุปนิสัยของ
บุคคลนั้นๆว่าเป็นมาตั้งแต่เกิด หรืออาจเป็นจริตที่ติด
ตัวของเขามาแต่อดีต
ผมก็มองว่า จะมีคนอีกพวกหนึ่ง ที่พยายามที่จะทำความดี
แต่ด้วยความที่สังคมบางส่วน ผู้คนบางส่วนที่มุ่งที่จะทำประโยชน์
แก่สังคมและคนหมู่มาก ในโลกยุคพัฒนานี้ ทางกลับกันก็จะมี
คนอีกจำพวกหนึ่ง ที่คอยวิพากย์วิจารณ์ว่าดีเกินไป ดีเอาหน้า
หรือต้องการอะไรจากสังคม เป็นต้น
๐ ผมว่านี่คือปัญหาระดับชาติ เฉกเช่นต้นไม้หนึ่งต้นกำลังจะเกิด
เพื่อสร้างออกซิเจนให้แก่โลก มอบลมหายใจให้แก่มวลมนุษยชาติ
กลับมีชายหนึ่งเอาน้ำร้อนมาราดโดยตั้งใจ หรือไม่ได้ตั้งใจ
เพียงชั่วครั้งชั่วคราว
เราลองนึกดูอีกครั้งว่า ต้นไม้ที่สวยงามต้นนี้
ใช้เวลาในการสร้างวิวัฒนาการในตัวมันเองนานเท่าไหร่
กว่าจะมาถึงวันที่ชายคนนี้เอาน้ำร้อนมาราด
มันสร้างพัฒนาการในตัวของมัน และพร้อมที่จะเติบโต
มอบลมหายใจให้แก่มนุษย์เสมอ เพียงแต่ระหว่างทาง
มีผู้ไม่ประสงค์ดีมาทำร้าย ด้วยความไม่ตั้งใจด้วย ตั้งใจด้วย
ดังที่กล่าวไว้ข้างต้น ต้นไม้ก็ล้มตายลงในชั่วข้ามคืน
๐ คนที่พยายามจะทำความดี หรือคนที่พยายามจะทำสังคมให้ดี
เมื่อได้ยินคำพูดที่ไม่ให้ความร่วมมือ,ไม่ให้การสนับสนุน,
และพยายามขัดขวางการทำความดีเช่นนั้น
ท่านลองมองในความเป็นจริงดูสิ
จะมีคนโลกสวยส่วนใหญ่ ผู้คนส่วนใหญ่
ก็มักจะใช้คำพูดปลอบใจเบาๆว่า "ถ้าคนดีจริง เขาไม่สนใจ
เสียงนกเสียงกาหรอก ทำในสิ่งที่ดีต่อไป
ผมไม่ปฏิเสธถึงต้นไม้ที่สามารถชอนไชรากเหง้าของตนเอง
ไปยึดติดกับภาคพื้นได้อย่างเหนียวเเน่น
แต่เราลองมองถึงต้นไม้น้อยๆ ที่กำลังจะเติบโต พร้อมที่จะเบ่งบาน
พร้อมที่จะให้ดอกที่สวยงาม ส่งกลิ่นหอม และออกซิเจนที่สดชื่น
และเป็นยารักษาโรคภัยยามผู้คนป่วยไข้ ต้นไม้นี้มีสรรพคุณพร้อมพรั่ง
ที่จะมอบส่ิงดีๆเหล่านั้นเพื่อมวลมนุษยชาติ
หากเปรียบเทียบเช่นนี้แล้วคงมองเห็นว่า คนที่กำลังจะดี เช่น
ดอกไม้กำลังจะบาน สังคมควรให้การสนับสนุนส่งเสริม
ช่วยเหลือ พยุงต้นไม้น้อยนี้ให้เติบโต ด้วยกระบวนการที่ถูกต้อง
หรือด้วยวิธีการที่เหมาะสม หรือปล่อยให้ผู้คนดีเหล่านั้น
เติบโตฝ่าฟันมรสุมด้วยตนเอง จะเจอเรื่องราวร้ายดี
เจอกาฝากหรือไม่ ก็ไม่มีใครแคร์สนใจ หนำซ้ำยังทำร้าย
เด็ดใบ เด็ดดอก อยู่ร่ำไป จนสุดท้ายต้องเหี่ยวเฉา
และล้มลงตายในที่สุด
บางท่านอาจเสนอว่า ในประเทศชาติเองก็มีองค์กรณ์ส่งเสริม
คนทำดี แต่เรารู้หรือไม่ว่า สิ่งที่องค์กรณ์เหล่านั้นทำ หรือผู้คนบาง
กลุ่มทำ ก็ไม่ได้หวังผลว่า ทำเพื่อสร้างสังคมในอุดมคติจริงๆ
แต่ความจริง คนเหล่านั้นทำเพื่อผลงานขององค์กรณ์เพื่อผลงาน
ของตนเองจริงหรือไม่? หรือไม่จริง?
๐ ท้ายที่สุด ผมก็ไม่ปฏิเสธว่า คนที่ดีได้ด้วยตนเองนั่นไม่มีอยู่จริง
แต่ผมอยากนำเสนออีกแง่มุมหนึ่งของสังคม
อาจจะเป็นตัวช่วยในการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม
,ความโหดร้ายในสังคม,และนำมาซึ่งสังคมสันติสุขในอนาคตได้
ในประเด็นนี้ผมนึกถึง ท่านอาจารย์สืบ นาคเสถียร ที่ท่านพลีชีวิต
เพื่อให้สังคมได้ลืมตาได้ชัดเจนขึ้น ในประโยคคงอธิบายความหมายได้ #ชัดเจนว่า
“ผมเห็นใจคนที่ไม่มีโอกาสในสังคม ถูกบีบคั้น เอาเปรียบทุกอย่าง ประเทศไทยจะดีขึ้น ถ้าคนที่มีโอกาส ยอมสละโอกาสบ้าง เราช่วยเหลือคนส่วนใหญ่ที่ไม่มีโอกาสลืมตาอ้าปากได้ ผมอยากเห็นสังคมดีขึ้น” Cr. สืบ นาคะเสถียร
เอกรัฐ เดิมทำรัมย์ ป.
4 กันยายน 2558
21.18 น.

ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่าน หวังว่าบทความข้างต้นคงเป็นประโยชน์
ตอบลบแก่ท่านผู้อ่าน หามีแนวคิดใดที่สามารถจะแลกเปลี่ยนกันได้ ก็ยินดีครับ
เอกรัฐ ป.