บางทีก็ตลกนะครับ แค่ผมโพสต์แค่ ๓ บรรทัด
ก็มีชาวพุทธ พวกชนิด "ศรัทธาธิปไตย"
ออกมาดิ้นร้อนรน ระงมระงาย
การปรับโครงสร้างรากฐานของสอน
พระพุทธศาสนาแบบ "พระไทย" บางจำพวก
เป็นสิ่งที่ควรทำอย่างยิ่งในตอนนี้
แม้กระทั่งการศึกษาในระบบการศึกษาของคณะสงฆ์เอง
ก็ยังคงใช้ระบบท่องจำเป็นหลัก ซึ่งเป็นวิธีที่ล้าหลังไม่ทันสมัย
เข้ากับรัฐประชาธิไตยยุคใหม่ สิ่งที่เกิดขึ้นคือ เมื่อสามารถสำเร็จการศึกษาในระดับสูงสุดของการศึกษาคณะสงฆ์แล้ว ระบบการศึกษาแบบท่องจำนั้น ก็ไม่ได้มีส่วนช่วยในการกระตุ้นสมองให้มีสมรรถภาพในการคิดวิเคราะห์ แยกเเยะ ตีความ
และที่น่าสังเวชไปกว่านั้น ยังมีการสืบทอดวิธีการสอนแบบนี้รุ่นต่อรุ่นสืบต่อกันมา เขาเรียกวิธีการสอนแบบนี้ว่า
"สอนไม่ให้คิด ผิดชั่งมัน" จำไปก่อน ถ้าสอบผ่านสังคมจะยอมรับเองในบริบทของคนทั่วไป
ดังนั้น "พระไทย" บางหมู่เหล่าก็ซึมซับวัฒนธรรมการสอนแบบท่องจำมาโดยไม่ได้วิเคราะห์ถึงความเป็นมาเป็นไปของเนื้อหาอย่างชัดเจน และสามารถอ้างอิงถึงเหตุและผลในประเด็นต่างๆที่สมควรแก่ความเป็นไปได้ต่อความจริง
น่าละอายกว่านั้นคือ ยังนำวิธีแบบนี้มาถ่ายทอดให้แก่เยาวชนพุทธศาสนนิกชนคนไทย ทีเกิดภายใต้การพัฒนาของสังคม รัฐธาธิปไตยยุคใหม่ ที่มีสิทธิในการโต้แย้ง และคิดวิเคราะห์นำเสนออย่างเสรีภาพ การสอนแบบพระไทยบางจำพวก จึงเป็นปัญหาในการนำมาซึ่ง "ศรัทธาธิปไตย" แบบขาดปัญญาในการคิดวิเคราะห์ เชื่ออย่างเดียว และเมื่อมี ประเด็นต่างๆเกิดขึ้น
พวก "ศรัทธาธิปไตย" ก็จะออกมาแสดงถึงภูมิความรู้แบบท่องจำอย่างไม่ละอายใจ โดยไม่มีสมรรถภาพเพียงพอ ในการที่จะโต้แย้งในสังคมยุคใหม่ได้
จนพูดอะไรออกมาก็ขาดเนื้อหาสาระมีแต่สาเหลวล้วนๆ
เอกรัฐ เดิมทำรัมย์ ป.

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น