๐ บางทีผมก็นึกขำตรรกะโง่ๆของผู้ใหญ่ในบ้านเมือง
โลกมันพัฒนามาไกลเกินกว่าจะย้อนคืนวันวาน
การปรับตัวเข้ากับโลก ถือว่าเป็นสิ่งที่ท่านทั้งหลายเหล่านั้นควรสำเนียก
อย่าลืมว่าเทคนิค/ ทฤษฎีต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงาน บริหารคน
ที่ท่านเหล่านั้นไม่ได้ศึกษาลึกซึ้งถึงแก่นแท้ ภายในจิตใจ(mind) ทั้งโดยตรง หรือโดยอ้อม
เมื่ออ่านบทความข้างต้นแล้วก็อาจจะมองว่า "เฮ้ย!(ขออนุญาตใช้คำสบถ)
เขียนแบบนี้ไม่ต่างจากพวกใช้ฐานะทางการศึกษามาวัดระดับค่าของการกระทำหรือ"
จะว่าอย่างนั้นก็พอว่าได้ อาจมีเหตุผลเล็กน้อย. แต่อย่างไรเล่า
หากพูดถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ก็มิอาจจะสู้
การที่ท่านเหล่านั้นศึกษาเรียนรู้/ทำความเข้าใจปัญหาจากบทเรียนในอดีต
และนำมาเป็นบทเรียนในปัจจุบัน.
เรียกสั้นๆเหมือนที่ท่าน. รศ.ดร.พ.ม.หรรษา ธัมมหาโส ท่านให้คำนิยามไว้ว่า
"การถอดบทเรียน" ซึ่งบทเรียนนั้นจะเป็นความสำเร็จหรือล้มเหลวก็ตาม
ก็ชื่อว่าเป็นเครื่องมือในการนำมาแก้ไขปัญหา หรือเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ/
ภาพลักษณ์ขององกรค์(organization) ให้มีความก้าวหน้า
ไม่ใช่การสร้างอัตตานิยม แบบเดิมเคยทำมาอย่างไรก็มั่นใจในตนเองว่า
สิ่งที่ทำนั้นสมบูรณ์แบบที่สุดแล้ว หากลดความเป็นอัตตาธิปไตย ลงบ้าง
แล้วเปิดหูเปิดตาเปิดใจ ยอมรับปัญหา มองปัญหาด้วยความเป็นปัญหา.
ไม่ใช่มองเป็นเพียงเรื่องทั่วไปที่ผ่านเข้ามาแล้วเดี่ยวมาก็ผ่านไป.เช่นนี้.
จะเป็นการทำลายภาพลักษณ์ศักยภาพขององค์กรและบุคคลในองค์กร
อย่างไม่รู้ตัว และอาจนำมาซึ่งความเสียหายอย่างยิ่งใหญ่ชนิดไม่มีทางแก้ได้อีกเลย
เอกรัฐ เดิมทำรัมย์ ป.
5/ก.ย./58
19.56 น.

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น