วันอังคารที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2558
บริจาค กับ การตลาด กรณี คุณเต๊ะ กับคุณ ตัน อิชิตัน
ประเด็นคุณเต๊ะ ออกมาวิพากย์คุณตัน อิชิตัน
สังคมต้องรู้จักแยกแยะคำว่า "บริจาค กับ การตลาด"
อย่าไปเหมารวมว่า ควรจะเอาเงินไปซื้อรถพยาบาลหรืออะไร
ที่เป็นการกุศล หรือสาธารณะประโยชน์ ต้องแยกแยะครับ
คนลงทุนเขาต้องการกำไร และการได้มาซึ่งกำไรและความนิยมชมชอบ บริษัทหลายๆบริษัทจึงมีแนวทาง เทคนิคต่างๆให้ได้มาซึ่งผลกำไรนั้น ด้วยกระบวนการวิธีการต่างๆ โดยที่สำคัญ อาจใช้พฤติกรรมของมนุษย์เป็นเครื่องมือในการแสวงหาผลกำไร
นี่คือการตลาด ผมย้ำว่า อย่าไปตอกย้ำ ว่าทำไมไม่เอาเงินทั้งหลาย รถทั้งหลายไปกระจายสู่สังคมที่ยากลำบาก ซึ่งถ้าทำแบบนั้นแล้ว บริษัทอยู่ไม่ได้ ผู้บริหารเค้าก็ต้องการความอยู่รอด เหมือนทุกๆบริษัท เราผู้เสพข่าวต้องเข้าใจบริบทด้วย อย่าสักแต่ว่าพ่นๆคำออกไป บางทีมันดูเหมือนคนอ่านแค่หัวข้อข่าว ไม่เปิดดูเนื้อหาแล้ววิเคราะห์ให้ดี
ผมเข้าใจว่าสังคมมันยากลำบากขาดเเคลน และมันจะมีสักกี่คนที่จะเสนอตัวออกมาช่วยประเทศชาติ พยุงประเทศชาติให้ดีขึ้นได้ทั่วถึง แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่มีเลย เพราะยุคนี้ต่างคนต่างแย่ ต่างพากันหาทางเอาตัวรอดไปวันๆ เราก็เอาตัวรอดด้วยกำลังกาย ด้วยวิชาความรู้
ส่วนฝ่ายบริหารเบื้องสูงเอย ฝ่ายบริหารกิจการภาครัฐบางหน่วยงานเอย เขาเหล่านี้ก็อยู่ได้เพราะภาษีประชาชน ซึ่งสวัสดิการครบ เงินเดือนคงที่ จะเอาอะไรอย่างเราๆที่คอยลุ้นว่าวันนี้จะหาอะไรกินได้ วันนี้จะหาเงินที่ไหนมาซื้อนมให้ลูก วันนี้ครอบครัวจะได้กินอะไร เพราะรายได้ไม่มี แต่คำตอบที่ได้กลับมาคือ ทำไมไม่ทำงาน?
ทำไมไม่ขยัน? ทำไมไม่ทุ่มเท? ถ้าคนเราทุ่มเทสักอย่างมันต้องมีต้องได้? เป็นคำตอบที่เชย และห่วยแตกที่สุด หลายๆฝ่ายที่ทำงานกับประชาชน เขาก็หากินกับประชาชนแหละ เพราะต่างคนต่างเอาตัวรอด เหมือนกับบริษัทที่ทำเหมือนจะแจกเพื่อประชาชน แต่จริงๆเขาก็หากินกับประชาชน ทำเพื่อคนๆหนึ่งหรือกลุ่มหนึ่ง แต่คนอีกทั้งประเทศต้องเสียผลประโยชน์เพราะติดกับดักกลลวงโลก
สังคมจะดีมันต้องมีคนยอมเสียสละเพื่อแลกกับความสุขของประเทศชาติ เสียสละจริงๆ ไม่ใช่อ้างชื่อว่าเป็นเจ้าของโครงการนู่นนี่นั่น แต่บ้านหลังเท่าวัง
เอกรัฐ เดิมทำรัมย์ ป.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น